Wednesday, October 8, 2008

:: u n z e e n :: ยาสตรี

[]

คาดว่าเพื่อน ๆ ที่นี่น่าจะเคยได้ยินชื่อยาสตรีกันมาบ้าง ยิ่งช่วงเหตุการณ์เจ้าหญิงของวงการ "แหม่ม คัทรียา เบนโล" ใคร ๆ ต่างก็พูดถึงเรื่องยาสตรีกันมากขึ้น ซึ่งยาสตรีนั้นเป็นยาที่ขายดีอย่างหนึ่ง เป็นที่นิยมไม่ว่าจะเป็นหญิงที่รอบเดือนไม่มา หรือชายที่กินเพื่อทดแทนการดื่มสุรา

ส่วนประกอบหลักของยาสตรีมีอยู่สองส่วน คือสมุนไพรโกฏเชียง หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ตังกุย กับแอลลกอฮอล์ แอลกอฮอร์ที่มีอยู่เพื่อไว้เป็นตัวสกัดตัวยาออกมา ตัวยาที่ว่าคือ ไฟโตเอสโตรเจน (phytoestrogen) ยาสตรีที่มีจำหน่ายในประเทศไทย มีหลายหลายยี่ห้อ เช่นยาสตรีเพ็ญภาค ยาสตรีเบลโล ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งส่วนประกอบยาสตรีส่วนใหญ่จะประกอบด้วยสมุนไพรขนิดต่าง ๆ ตามสูตรแต่โบราณดั้งเดิมมา แล้วแต่เจ้าไหนมีสูตรอะไร บ้างก็เป็นสูตรเฉพาะของตัวเอง

Estrogen เอสโตรเจน เป็นฮอร์โมนเพศหญิงซึ่งร่างกายเราผลิตจากรังไข่ รก หรือต่อมอะดรีนาล estradiol ซึ่งเป็นหนึ่งในเอสโตรเจนหลัก ๆ 3 ชนิดที่พบในร่างกายมนุษย์ ฮอร์โมนกลุ่มนี้มีผลโดยตรงต่อการแสดงลักษณะของเพศหญิง นับตั้งแต่การเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ มีประจำเดือน ตกไข่ ตั้งท้อง ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน estradiol มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของเนื้อเยื่อปากมดลูก มดลูกและเต้านม



Phytoestrogen เป็นสารอินทรีย์ซึ่งสร้างขึ้นโดยพืช แต่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเอสโตรเจน สารเหล่านี้พบได้ทั้งในส่วนเมล็ด ลำต้น รากหรือดอก โดยในพืช สารนี้จะทำหน้าที่เป็นสารฆ่า เชื้อรา (fungicide) หรือเป็น phytoalexin นั่นคือเป็นสารเคมีที่พืชสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตน เองเมื่อถูกรุกรานโดยจุลชีพ phytoestrogen จะมีบางส่วนของสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงหรือเทียบได้กับ steroid nucleus ของ estradiol อันเป็นเอสโตรเจนที่พบในธรรมชาติหรือในร่างกายมนุษย์ ดังนั้นเมื่อเสพยาชนิดนี้แล้ว ก็จะมีผลในทาง estrogen ต่อร่างกาย จึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมบางคนใช้ยานี้แล้ว ทำให้รอบเดือนมาได้

ยาสตรีไม่ใช่ยาทำแท้ง ยังมีหลายคนเข้าใจผิดว่า ยาสตรีเป็นยาขับเลือด ความจริงยานี้ไม่ใช่ยาขับเลือด ไม่ใช่ยาทำแท้ง ถ้าท้องแล้ว กินจนเมาก็ไม่ออก

กินบ่อยๆ อันตรายไหม
กินบ่อยๆ ก็เหมือนคนกินเหล้า เพราะส่วนประกอบหลักของยานี้คือแอลกอฮอร์ มีกลุ่มคนชนบท(ชาย)หลายคนหันมาดื่มยานี้แทนดื่มเหล้า ถ้าใช้บ่อยๆก็อาจติดเหล้าได้

เพราะฉะนั้นเพื่อน ๆ ที่นี่คนไหนที่ต้องการทานเพื่อความสมบูรณ์ของร่างกายก็ขอแนะนำว่าไม่ควรทานต่อเนื่องนาน ๆ นะคะ ควรจะมีการเว้นระยะบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดอาการติดยาได้ และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือต้องใส่ใจสุขภาพของตัวเองหมั่นออกกำลังกาย และทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กันไปด้วยนะคะ

ที่มา  : Pooyingnaka

No comments: